อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงฯ มั่นใจ 1 เดือนเห็นร่างหลักเกณฑ์ฯ
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 7 ต.ค. 2551
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขานุการคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ภายในสัปดาห์หน้าคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 22 คน ประกอบด้วยคณะทำงาน 4 ชุด ได้แก่ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายเดิม วิทยุชุมชน กิจการที่ไม่ใช้ความถี่ และคณะติดตามดูแลการทำงานให้เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการฯ จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดกรอบการทำงานนับจากนี้รวมระยะเวลา 6 เดือน
เลขานุการคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวต่อว่า บทบาทสำคัญของคณะอนุกรรมการฯ ชุดดังกล่าวคือ การกำหนดร่างหลักเกณฑ์กำกับดูแลและการออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายเดิม ผู้ประกอบการวิทยุชุมชน และกิจการที่ไม่ใช้ความถี่ เช่น ประเภทกิจการ การต่ออายุใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม การบริหารสถานี การหารายได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต
“คาดว่าคณะอนุกรรมการฯ น่าจะทำงานได้แล้วเสร็จเร็วกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะแต่ละคนมีความกระตือรือร้นที่จะเร่งทำงานและแบ่งงานกันทำตามความเหมาะสมและความสามารถ และสิ่งสำคัญฝ่ายเลขานุการน่าจะมีการเตรียมการที่พร้อม เนื่องจากเราต้องการคนทำงานมากกว่า” นายสุรนันท์กล่าว
เลขานุการคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าวอีกว่า คาดว่าภายใน 1 เดือน จะสามารถออกร่างหลักเกณฑ์แล้วเสร็จ และหลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้วแต่กรณี และออกหลักเกณฑ์ได้ในที่สุด จากนั้นผู้ประกอบการที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตสามารถยื่นเรื่องขอต่อคณะอนุฯ เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) พิจารณาอนุมัติใบอนุญาตต่อไป
นายสุรนันท์กล่าวด้วยว่า สำหรับใบอนุญาตผู้ประกอบการรายเดิม (ฟรีทีวี) นั้น ตามกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว แต่จะต้องพิจารณาว่าวิธีการออกใบอนุญาตจะเป็นอย่างไร ทั้งการออกโดยอัตโนมัติ หรือการออกใบอนุญาตใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตในธุรกิจฟรีทีวีนั้น คณะอนุกรรมการฯ ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้จนกว่าจะมีพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ
“ขณะนี้ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากกฎหมายระบุการดำเนินกิจการโดยแบ่งแยกประเภทบริการว่าจะดำเนินการเพื่อสาธารณะ ชุมชน หรือธุรกิจ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าผู้ประกอบการรายเดิมต้องแยกประเภทหรือต้องปฏิบัติตามเดิมไปจนกว่าจะมี กสทช.” เลขานุการคณะอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ กล่าว